6/8/2007
การลดน้ำหนัก สามารถทำได้หลายวิธี
แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ
1.การลดน้ำหนักแบบชั่วคราว
หลายคนคงเคยเห็นการชั่งน้ำหนักของนักมวยก่อนขึ้นชก ถ้าน้ำหนักเกินพิกัดนักมวยเหล่านั้น ก็จะพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีชั่วคราว เพื่อให้น้ำหนักอยู่ในพิกัด จึงะสามารถขึ้นชกได้ การลดน้ำหนักแบบชั่วคราว ที่ให้ผลเร็วที่สุด ก็คือ การนำ 'น้ำ' ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกายที่ทำให้เกิดน้ำหนัก ออกจากร่างกาย นักมวยเหล่านั้น อาจทำการกระโดดเชือก อบไอน้ำ ใส่เสื้อผ้าห่อหุ้มร่างกาย เพื่อให้เหงื่อออกมากที่สุด แล้วจึงขึ้นชั่งน้ำหนักใหม่ และเมื่อชั่งน้ำหนักผ่านแล้ว มาดื่มน้ำสักแก้วสองแก้ว น้ำหนักก็จะกลับมาเหมือนเดิม
การลดน้ำหนักวิธีนี้
จึงเป็นเพียงวิธีลดน้ำหนักเพียงชั่วคราว ไม่เกิดผลดีใดๆกับสุขภาพ แต่อาจมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อย เมื่อยล้า จากการเสียเกลือแร่ควบคู่ไปกับเหงื่อด้วยเท่านั้น
จุดประสงค์ของการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ
มุ่งหวังที่จะไปลดปริมาณไขมันเป็นสำคัญ มิใช่ไปลดกล้ามเนื้อ หรือปริมาณน้ำในร่างกาย การลดน้ำหนัก ด้วยวิธีอดอาหาร แม้ว่าผู้ที่ตั้งใจจะลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ อยากให้น้ำหนักลดในระยะยาว แต่ผลที่ได้กลับเป็นตรงกันข้าม ธรรมชาติของมนุษย์ต้องการอาหาร เพื่อนำไปใช้ในการสร้างพลังงานเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ร่างกายจึงมีสัญญาณเตือน เมื่อพลังงานเริ่มลดน้อยลง ด้วยอาการอยากอาหารในช่วงอดอาหาร จะมีน้ำหนักลดลง เนื่องจากร่างกายนำพลังงานที่เก็บไว้ในร่างกายในรูปไขมันออกมาใช้เผลาผลาญเป็นพลังงาน เพื่อการดำรงชีวิตช่วงนั้น ร่างกายจะเกิดการปรับตัว ให้ใช้พลังงานน้อยลงไปด้วย เรียกว่า ในช่วงมีน้อยก็ใช้น้อย และใครหลายๆคนคงยอมรับว่า ไม่มีใครที่สามารถอดอาหารได้ไปตลอดชีวิต
ดังนั้นเมื่อถึงจุดที่ผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร
ไม่สามารถทนการอดอาหารได้อีกต่อไป หรืออดอาหารจนได้น้ำหนักตัวที่พอใจแล้ว กลับมากินอาหารใหม่ มักจะกลับมากินอาหารในปริมาณที่มากกว่าเดิม หรือแม้จะกลับมากินอาหารในปริมาณเดิม แต่ความต้องการใช้พลังงานได้ถูกปรับลงไปแล้ว อาหารที่กินเข้าไป จึงเหลือและถูกร่างกายนำไปเก็บสะสมไว้อีก
ดังนั้นผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร
เมื่อกลับมากินอาหารใหม่ มักจะกลับมาอ้วนอย่างรวดเร็ว และจากสถิติพบว่า โดยส่วนใหญ่ จะกลับมามีน้ำหนักมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ปรากฏการณ์เช่นนี้ เรียกว่า *****โย-โย่ เอฟเฟ็กค์ (Yoyo effect) ************ ซึ่งมีผลเสียทั้งต่อสุขภาพทางกาย และสุขภาพทางใจ
แม้ว่า ความอ้วนจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ
แต่การมีน้ำหนักเปลี่ยนแปลงทีละมากๆ ตลอดเวลา กลับมีผลเสียมกกว่า โดยพบว่าอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดและเสียชีวิต เพิ่มสูงขึ้น
ส่วนผลทางด้านจิตใจนั้น การที่ลดน้ำหนักแล้วกลับมามีน้ำหนักมากอีกครั้ง จะบั่นทอนความเชื่อมั่นในตัวเอง และทำให้กำลังใจลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ
และเมื่อเหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นหลายๆ ครั้งเข้า ก็อาจหมดกำลังใจ และเลิกคิดที่จะลดน้ำหนัก ในที่สุดกลายเป็น คนอ้วน แบบถาวรไปเลย
การลดน้ำหนักด้วยการใช้ยา ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
ต้องยอมรับความจริงที่ว่า ไม่มีใครสามารถกินยาลดความอ้วนไปตลอดชีวิต ดังนั้น******** เมื่อใดที่หยุดกินยา ก็จะกลับมาอ้วนใหม่ นอกจากนี้ ผลของยาลดความอ้วนส่วนใหญ่ มักได้ผลในประมาณร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัวเท่านั้น แพทย์มักจะให้ยาเหล่านี้ กับผู้ป่วยในช่วงแรก เพื่อเป็นการช่วยผู้ป่วยในระยะแรกๆ เพื่อให้มีกำลังใจในการลดน้ำหนัก แต่ในระยะยาวแล้ว ยาเหล่านี้จะมีผลน้อยมาก และบางชนิด อาจมีผลเสีย จากการใช้ยาเหล่านี้ในระยะยาวได้
********************************************************************************************
2.การลดน้ำหนักให้ได้ผลแบบถาวร
การลดน้ำหนักแบบนี้จะต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ในเวลาที่เหมาะสม และเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาหาร และกิจกรรมในชีวิตอย่างถาวร ดังนั้น สิ่งที่ควรทำก็คือ ทำการศึกษาหาข้อมูลการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง วางแผนการลดน้ำหนัก โดยกำหนดเป้าหมายที่เป็นจริง ปฏิบัติได้จริง เลือกช่วงเวลาในชีวิตที่เหมาะสมกับการเริ่มลดน้ำหนัก เข้าใจถึงจุดประสงค์ของการลดน้ำหนัก โดยเน้นเรื่องสุขภาพเป็นสำคัญ เพื่อที่คุณจะไม่เลือกวิธีใดๆ ก็ตามที่บั่นทอนสุขภาพ เช่น วิธีอดอาหาร ดังที่ได้อธิบายมาแล้ว และสุดท้ายที่สำคัญมากก็คือ คุณจะต้องมีความสุขในช่วงระยะเวลาที่คุณลดน้ำหนักตัว
ถ้าคุณเป็นคนนึงที่อยากจะลดน้ำหนักอย่างถาวรและได้ผลอยู่หรือเปล่า
ถ้าใช่ เรามีวิธีที่ปลอดภัย ไม่ยุ่งยาก
ได้ผลถาวรและไม่เกิด ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ******โย-โย่ เอฟเฟ็กค์ (Yoyo effect) ************
เหมาะสำหรับคนยุคใหม่ที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ
แนะนำ ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.slim2u.net
***************************************************************************
